วันศุกร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ว่าด้วยเรื่อง ของการวัดแสง

เริ่มด้วยว่า ผมเคยได้รับ Email จากพี่ท่านนึง ซึ่งไม่เคยคุยกันทางเมลล์มาก่อน แต่ก็พอจำชื่อได้ว่าเป็นใคร แรกๆ ก็งง อยู่ เพราะหัวเมลล์เป็นเรื่องขอคำแนะนำการวัดแสง ..... เก่งขนาดเฮียแกจะมาขอคำแนะนำจากผมทำไม ????? ....(จริงๆ คือพี่เค้าลงตามที่มีคนถามน่ะนะครับ แล้วใจดี FW ต่อมาให้ผมด้วย  ) จริงๆ ก็นานมากแล้วแหละ แต่คิดว่าน่าจะเอามาแปะให้อ่านกันน่าจะดีกว่าที่ผมอ่านคนเดียวเนาะ

ขอตัดข้อความที่ไม่เกี่ยวข้องออกนะครับ ตัวหนังสือสีแดง จากบรรทัดข้างล่างต่อไปนี้ เป็น ความคิดผมเองนะ สีดำเป็น คำแนะนำของพี่เค้า

       การวัดแสง เหมือนเส้นผมบังภูเขา ถ้าเราเข้าใจ อะไร ก็ถ่ายได้หมดครับ จริงๆ
 
ที่บอกมา (หมายถึง ผมเคยตอบในกระทู้ไปนะ เดี๋ยวจะงง)
 
ถ้าถ่ายวิวทั่วไปใช้ ระบบวัดแสง หนักกลาง
แต่ถ้าถ่ายพอตเทรด จะใช้ ระบบวัดแสง  Spot
 
มันก็ถูกนะ แต่ไม่ถูกทั้งหมด  ทำไมเหรอ มันอยู่ที่เลนส์ ที่เราใช้ด้วย
หลักๆในเรื่องการวัดแสง มี
 
1.   A ขนาดรูรับแสง ที่ใช้  ยิ่งแคย ยิ่งคม ยิ่งกว้างยิ่งฟุ้ง เบลอ
2.   สปีด ที่ใช้
3.   สภาพแสง  กลางแจ้ง  ในร่ม   ในที่มืด  ผสมแฟลช
4.   ช่วงทางยาวโฟกัล ของเลนส์
      ถ้าใช้เทเล  105 135 200 300  หนักกลาง ก็เหมือน สปอต
      ถ้าใช้เลนส์ มุมกว้าง ถึงกว้างมากๆ มันเก็บแสงในส่วนท้องฟ้าเข้ามาในภาพเยอะ
      ภาพโดยส่วนมากจะติดอันเดอร์   ถ้าใช้เทเลภาพโดยส่วนมาก จะติดไปทางโอเวอร์นิดๆ ถ่ายคนจะดูใส สวย (อันนี้จริงครับ พลาดบ่อยมากๆ)
  
5.   ขนาดของวัตถุ หรือพิ้นผิวที่เราจะวัด เช่นขนาดหน้าคน ในภาพถ้าใหญ่ 1/3 ของภาพ หนักกลางยังได้เลย แม่นด้วย
6.   เผื่อขั้นตอนการแต่งภาพ
7.   speed ของวัตถุ  หรือภาพ Action ต่างๆ
8.   iso ที่เลือกใช้  มีผลกับ การเกิด น๊อยส์
 
ระบบวัดแสง สปอต นั้น ดี แต่พลาดง่าย ถ้าใช้ ถ่ายภาพงานพิธี ใช้แฟลช ห้ามใช้เด็ดขาด
ควรใช้เลี่ยหนักกลาง ตั้งแฟลช TTL ชดเชยแสงแฟลช +1 ไว้ ภาพทั้งหมดจะดู แสงเสมอกัน ไม่มืดบ้าง สว่างบ้าง ครับ
 
ระบบวัดแสง สปอตใช้วัดแสงถ่ายวิวได้ ครับ  มีคนทำมาเป็น 100 ปีแล้ว แล้วอะไรรู้ไหม
เขาดังระดับโลก ยกให้เป็น ปรมาจารย์เลย  ท่านชื่อ ANSEL ADAM
 
ลองทำความเข้าใจเรื่อง การวัดแสงใหม่นะครับ อันนี้ดีมากๆ  ผมชอบแนะนำให้ คนอื่นๆ ที่รักการถ่ายภาพได้อ่าน
 
http://www.thailandoutdoor.com/Photography/Zone/zone.html 
Link ดีนะครับลองไปอ่านดู เข้าใจนี่ก็สบายเลยแหละ 


หลักการคือ
1.  เราต้องรู้ก่อนว่า กล้องเรารับแสงที่ - เท่าไหร่สตอปแล้วมืดตึบ  + เท่าไหร่แล้วจ้าโพลน  ค่าไดนามิคเร้งจ์
    โดยถ่ายใบไม้สีเขียว วัดแสงพอดี แล้วชดเชย -1...-2....-3...ถ่ายไปเรื่อย แล้วชดเชย  +1...+2....+3...ถ่ายไปเรื่อย
    ได้ค่าแล้ว จำเอาไว้ สมมุติ     
            - ได้ 3 สตอป   พอดี 0    +ได้ 2  สตอป  7 สตอป
           >>> 2  สตอป หัวท้าย มืดมิด กับ สว่างจ้า แทบไม่มีรายละเอียด หรือมีก็น้อย นะครับ เข้าใจตามนี้
 
2.  เวลาวัดแสง ใช้ สปอต วัดไปที่ที่มืด  ที่กลางๆ  ที่สว่าง  หาค่า เฉลี่ย แล้วปรับกล้องใหม่ กะว่าให้ได้ค่าแสงที่เก็บได้ครอบคลุม
    ในส่วนมืด ส่วนสว่าง เกิดมีคนในภาพด้วย คนจะติดอันเดอร์นิดๆ  เพื่อให้ได้รายละเอียดของก้อนเมฆ
 
   ถ้าใช้รูรับแสงกว้าง ภาพวิว จะไม่คมที่ขอบกกิ่งไม้ ใบไม้ ต้องใช้รูรับแสงแคบหน่อย แต่สปีดจะช้า กะให้อยู่ในช่วงที่มือถือได้นิ่ง
 
3. ถ้าไม่ได้จริงๆ ก็ต้องเลือกเอา ว่าจะเอาในส่วนมืด หรือ รายละเอียดในส่วนสว่างไว้
 
  สำหรัง การถ่ายภาพ  PORTRAIT  ดูฉากหลัง ดูแบบ ดูอารมณ์ ที่จะสื่อออกมาครับ
  ระบบวัดแสง ถ้าใช้ เฉลี่ยทั้งภาพสีผิวคนจะผิด ต้องชดเชยไว้ +1 +2  กันเลย
                   ถ้าใช้ เฉลี่ยหนักกลาง  ฉากหลังจะสวย  คนจะพอดี ดูกลมกลืน
                   ถ้าใช้ เฉพาะจุด ก็ดีแต่ต้องแม่นพื้นที่วัดแสง กดปุ่ม ล๊อคค่าแสงด้วย อย่าให้เลขในช่องมองภาพวิ่ง แล้วถ่าย
 
อ้อ อย่าลืม ทำความเข้าใจเรื่องการชดเชยแสงด้วยนะครับ แสงจะสวยไม่สวย ต้องชดเชยเป็นด้วย สีจะสดครับ
   มีอะไรสงสัย ถามได้ครับ (อยากได้เมลล์พี่เค้าก็ PM มานะ ยังไม่ได้ขออนุญาติว่าพี่เค้าจะตอบเมล์ทุกคนรึป่าว แต่คิดว่า พี่เค้าใจดีครับ)
 
แถม บทเรียน เรื่องแสง การถ่ายภาพบุคคล
    http://suraphon.rmutl.ac.th/E-2.html
อันนี้ผมโหลดไว้แล้ว กันเหนียว
  
                                                                             พี่สถิตย์ (ที่เว็บตากล้อง เค้าใช้ชื่อ สถิตย์ คนดี น่ะนะครับ ใครเล่นบ่อยๆ น่าจะพอจำได้)

 

หมดแระครับ คงพอได้ประโยชน์เนาะ ผมก็เข้าใจหลายอย่างน่ะนะครับ
อย่าลืม ... ไม่ใช่ บทความของผมนะ แบบว่าลอกเค้ามาอีกทีครับ

วันอาทิตย์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2553

มีสาระ กับเค้าซะหน่อย .. ทำไงให้ LightRoom สามารถแต่งภาพได้คราวละหลายๆ ภาพ

วันก่อน มีคนมาโพสถามในเว็บๆ นึงน่ะนะครับ ว่า ใน LightRoom : LR สามารถแต่งภาพได้คราวเดียว หลายๆ ภาพ ทำได้มั๊ย... ก็เคยลองแบบแว๊บๆ น่ะนะครับ หลังจากที่มั่วๆ ตอบไปแล้ว ก็เลยเอามาเขียนลงใน Blog ของตัวเองด้วย จะได้ไม่เสียของ

ในโปรแกรม LR นั้น เราสามารถ Copy ค่าที่เราใช้ในการปรับแต่งภาพ แล้วเอาไปวางใส่ภาพอื่นๆ ที่เราอยากให้ภาพที่ออกมามีลักษณะคล้ายๆ กันได้น่ะนะครับ รวมทั้ง เรายังสามารถนำเอาค่าการแต่งภาพที่เราชอบๆ (ประมาณว่าทำมั่วหลาย Step แล้วจำไม่ได้ ... ) เอามาเป็น Preset ของโปรแกรม ก็ได้ครับ เดี๋ยวจะอธิบายให้น่ะนะว่าทำยังไง

แล้วมันมีประโยชน์ยังไง ... ก็มีประโยชน์ตอนขี้เกียจนั่นแหละ ...  ... ไม่ช่ายยยย ก็เอาไว้เวลาที่เรามีภาพในโทนๆ เดียวกัน อยากแต่งออกมาเหมือนกัน แต่ไม่อยากเสียเวลาจิ่มโน่นจิ่มนี่ให้เปลืองแรง วิธีนี้ก็ช่วยประหยัดเวลาในการทำงาน แถมยังช่วยลดโลกร้อนอีกด้วย  ....

สิ่งที่ต้องใช้ ก็ต้องมีโปรแกรม LR หรือ LightRoom 2.0 ขึ้นไป (ไม่แน่ใจว่าต่ำกว่านี้เป็นไงน่ะนะครับ) แล้วก็รูปภาพในเครื่องของคุณก็พอแระ

มาเริ่มกันที่ การ Copy ก่อนละกันเนาะ

1. เริ่มจากที่เราทำการแต่งภาพต้นฉบับ ที่เราต้องการสร้าง Setting ค่าการแต่งภาพ สำหรับนำไปใช้งานให้เรียบร้อยก่อนครับ จากนั้น ก็ คลิ๊กขวาที่รูปต้นแบบ แล้วเลือก Develop Setting แล้วก็เลื่อนๆ หา Copy Setting ครับ ไม่เข้าใน ก็ตามรูปเลยครับ

 

2. จากนั้น เราจะได้หน้าต่าง ที่แสดงค่าต่างๆ ที่เราใส่ลงในภาพต้นแบบ (คิดว่านะครับ) หากต้องการเอาอะไรออก ก็ตามชอบครับ แต่ คิดว่าหลักๆ มันมายังไง ก็เอาอย่างนั้นไปก่อนครับ ถึงตรงนี้ก็สั่ง Copy ครับ

3. คราวนี้ ก็มาถึงการนำไปใช้ครับ การใช้เบื้องต้นก็ไม่ยากครับ แค่ทำการเลือกรูปปลายทาง ที่ต้องการแต่งภาพ ตามภาพต้นแบบ จะเลือกภาพเดียว หลายภาพ หรือ ทั้งหมด ก็เลือกไปครับ พอเลือกเสร็จ ก็คลิ๊กขวาบนรูปที่เลือกไว้ (กรณีเลือกหลายภาพ ก็คลิ๊กภาพไหนก็ได้ครับ) จากนั้น ก็ไปที่ Develop Setting เหมือนเดิม แต่คราวนี้ เราจะเลือกเป็น Paste Setting แทนครับ ... ลองดูตามรูปก็ได้ครับ

 

เท่านี้ ค่าต่างๆ ที่เราตั้งไว้ ก็จะถูกใส่ลงในภาพปลายทางทุกๆ ภาพครับ แต่ภาพจะออกมาเหมือนกันมั๊ย ก็คงขึ้นกับ พื้นฐานของภาพแต่ละภาพนะครับ  

 

แต่การใช้วิธีข้างบน ก็อาจจะเหมาะสำหรับกรณีที่ ภาพไม่เยอะ ภาพอยู่บนโฟลเดอร์เดียวกัน อะไรทำนองนั้น เพราะ เราต้องคลิ๊กหลายรอบเนาะ ไม่เป็นไรครับ ยังมีอีกวิธีนึง ที่น่าจะง่ายกว่านั้น ก็คือ

การสร้าง Preset ของ LR ไว้ใช้งานครับ

ปกติ LR จะมี Preset ซึ่งออกแนวคล้ายๆ Action ใน Photoshop น่ะนะครับ เป็นเครื่องมือสำเร็จรูป คลิ๊กปุ๊บ ภาพของเราก็จะถูกแต่งออกมา ตามค่าที่ Preset กำหนดไว้ ... แต่บางที Preset ที่มีมาให้มันก็ไม่โดนใจ สร้างเองได้มั๊ย ... ได้อยู่แล้วครับ  มาดูกันเลย

1. เริ่มจากขั้นตอน เดียวกับการ Copy Setting ข้างบนเลยครับ ก็คือ เราต้องทำการแต่งภาพต้นแบบของเราให้เรียบร้อยครับ ชอบแบบไหน เอาแบบนั้น พอเรียบร้อย จากนั้น หากคุณอยู่ใน Tap ของ Library ให้เปลี่ยนมาที่ Develop ก่อนครับ เพราะไม่งั้น จะมองไม่เห็นเครื่องมือที่เราจะใช้กัน

2 กลับมาที่รูปที่เราแต่งภาพเรียบร้อยแล้วอีกทีครับ คลิ๊กซ้าย เลือกรูปต้นแบบ แล้วไปที่ Preset tool คลิ๊กที่เครื่องหมาย + (บวก) เพื่อทำการสร้าง Preset ใหม่ครับ โปรแกรมจะเปิด New Preset Deveop ขึ้นมาให้ ก็ให้เราทำการกำหนดชื่อ กำหนดค่าที่ อยากให้จัดเก็บใน Preset (โดยมากก็คงเอาหมดน่ะนะครับ) กำหนด โฟลเดอร์จัดเก็บ (ถ้าต้องการนะ) แล้วก็ สั่ง Create ตามรูปครับ ...(อาจจะงงๆ น่ะนะ เพราะสองขั้นตอน ในภาพเดียว...)

 

จากนั้น ใน Preset tool ก็จะแสดงชื่อ Preset ที่เราสร้างใหม่ให้ครับ โดยในที่นี้ ใช้ชื่อ Test Preset ครับผม

การนำไปใช้ก็ไม่ยากครับ แค่เลือกรูปที่เราต้องการแต่งภาพ แล้วคลิ๊กเลือก Preset ที่เราอยากใช้ ก็เท่านั้นครับ โปรแกรมจะทำการใส่ค่าต่างๆ ลงในภาพให้เราเอง หากเรามี Preset หลายๆ อัน แล้วอยากรู้ว่า Preset นี้ ให้ผลยังไงกับภาพ (กรณีที่เราไม่ได้ทำเอง หรือ ทำเองนั่นแหละ แต่จำไม่ได้) ก็แค่ใช้เมาส์เลื่อนๆ ตามชื่อของ Preset ที่สนใจ โปรแกรมจะแสดงผลบน Preview ให้เราดูว่า ผลของ Preset oเป็นยังไงน่ะนะครับ

นอกจากนี้ เรายังสามารถ สั่งให้โปรแกรม ใส่ค่า Preset ที่เราต้องการ ลงบนภาพ ตอนที่โหลดภาพเข้าโปรแกรม ก็ได้นะครับ (แต่ เข้าใจว่า 1 Preset / 1 การนำเข้าของภาพครับ) แต่ขอไม่อธิบายละกันนะครับ เพราะนี่ก็คงอ่านกันจนตาลายแล้ว เฮ่อๆ

 

ไม่รู้ว่าจะมีประโยชน์มั๊ย เพราะ ตัวเอง ก็ไม่ค่อยได้ใช้วิธีนี้ ส่วนมากทำแบบภาพต่อภาพ แต่ก็มีบ้างที่ขี้เกียจ ก็สั่ง Copy หรือ ไม่ก็ใช้ Preset ก็มีครับ

ขอบคุณที่สละเวลามาอ่านครับผม

 

 

 

 

 

Gimp Tips: ทำภาพต้นไม้บนฉากขาวๆ ด้วย Gimp

วันนี้ผมจะมาแนะนำวิธีการทำภาพ ต้นไม้บนฉากหลังขาว ... แน่นอนว่า ถ้าไปหาใน Youtube หรือ บทความในเน็ตนี่ มีเพียบเลย .... แต่อะน อันนั้นส่วนใหญ่...