วันศุกร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549

กล้องในดวงใจของผม ฮ่าๆๆ เอาซะหน่อย

 


พูดถึงเรื่องกล้องกะการถ่ายภาพ นี่คิดว่าหลายๆ ท่านก็คงจะชอบอยู่เหมือนๆกัน ไม่มากก็น้อย แนวที่ชอบก็คงจะแตกต่างกันไป และ กล้องแบบที่ชอบก็คงจะแตกต่างกันไปเช่นกัน วันนี้ผมก็เลยมารำลึกถึงความหลังเมื่อครั้งหนึ่ง ที่เคยคิด เคยฝันว่าสักวันจะต้องเป็นเจ้าของกล้องพวกนี้ให้ได้ อิอิ


ตัวแรกก็ต้องกล้องตัวนี้ครับ YASHICA FX-7 เพราะเป็นตัวแรกที่ทำให้ผมได้รู้จักการถ่ายภาพและสนใจมาถึงทุกวันนี้ (ในรูปเลนส์ไม่ใช่นะ อยากได้เหมือนกัน ฮ่าๆๆๆ) แรกๆ ก็ถ่ายไม่เป็นหรอก บางครั้งถ่ายเสียเป็นม้วนก็เคยมีมาแล้ว พอศึกษาไปได้พักนึงก็เริ่มเข้าใจเรื่องการถ่ายภาพมากขึ้น ผมเชื่อว่าหลายคน ที่เริ่มสนใจถ่ายภาพจริงๆจังๆ ก็คงเคยเจอปัญหาจุกจิก เช่น ถ่ายมาแล้วภาพไหว ถ่ายมาแล้วไม่ชัด ถ่ายมาแล้วสว่างเกิน มืดเกิน ....และอีกมากมาย แต่เจ้ากล้องตัวนี้ ก็เป็นครูของผมอย่างดี เสียดายตอนนี้มันจอดหลับไปซะแล้ว...หลังจากเยียวยามาสองสามหน (ทนจริงๆ...) และตอนนี้ก็ยังอยากที่จะให้มันฟื้นขึ้นมาอีกสักรอบ ฮ่าๆๆๆๆ


 


 


ต่อมาก็ตัวนี้ครับ CONTAX RTS III เชื่อว่าคงเป็นกล้องในดวงใจของใครหลายคน ฮ่าๆๆๆ ชอบมาก เห็นแล้วเท่ห์สุดๆ ผมรู้จักกล้องตัวนี้หลังจากอ่านนิตยสารถ่ายภาพ (หลายเล่ม) มีโอกาสได้อ่านรีวิว ของเจ้าตัวนี้แล้วรู้สึกว่า อยากได้ ถ้าทำงานจะซื้อใช้ให้ได้ ฮ่าๆๆๆ (ตอนนั้นอยู่ราวๆ ม. 5 มั้ง) หลายๆ คน ในยุคนี้คงรู้จักเลนส์ Clar zies อันโด่งดัง ที่ติดอยู่ในกล้อง SONY เมื่อก่อนก็เป็นเลนส์คู่กายของ กล้อง CONTAX นี่แหละครับ (ถ้าผมเข้าใจผิดก็ขออภัยนะ แต่เข้าใจว่างี้น่ะนะ อิอิ) จุดเด่นที่ผมชอบมากๆ ก็คือระบบดูดฟิล์มให้เรียบสนิท (ปกติฟิล์มในกล้องอาจโก่งนิดๆ) ทำให้ภาพที่ได้ได้รับแสง และความคมชัดจากเลนส์ได้เต็มที่ (อ่านแล้ว โอ้...สุดยอดจริงๆ) แต่แล้วพอเล่นกล้องไปได้พักนึงก็เข้าใจสัจธรรมอย่างนึงว่า กล้อง Autofocus น่าจะดีกว่า แมนนวล อิอิ


 


 


ต่อมาก็กล้องที่เป็นดวงใจของใครหลายคน แล้วยืนยงมาตลอดสิบกว่าปี ... ทั้งมือใหม่ มืออาชีพในตอนนั้น ใครมีใช้ โอ้ว....มืออาชีพแน่ๆ อิอิ Nikon FM2 และ FM2N เห็นแล้ว ผมอยากขอตังค์แม่มาซื้อใช้แทน เจ้าตัวแรกจริงๆ แต่ด้วยความแพงของมัน เลยไม่ขอดีก่า (ขอไปก็ไม่ได้ อิอิ) ตอนนั้น (น่าจะสิบกว่าปีแล้วนะ อิอิ แก่มากเลยนะเนี่ย) ราคา Body ราวๆ 15xxx มั้งครับ รึ 12xxx นี่แหละ แล้วตอนนี้หล่ะ ถ้าสภาพใหม่ๆ ก็ราคา 1xxxx น่ะนะ โอ้ว..สุดยอด มันเป็นกล้องที่ยืนราคายันหมื่น ได้นานจริงๆ หนำซ้ำยังมีขายมาก่อนนั้นอีกนานโข อิอิ ขนาดในยุดของกล้อง Auto Focus FM2N ก็ยังคงยืนอยู่ได้ สุดยอดจริงๆ แต่ถ้าสภาพกลางๆ มีรอยนิดๆ ก็อาจลงมาที่ 7-8xxx น่ะนะ อิอิ อยากได้จนถึงทุกวันนี้น่ะนะ

ปล. จริง ๆ อยากได้ FM3 ด้วยน่ะนะ แต่มันแพงอิอิ ไม่รู้จะซื้อมาทำไม


 


กล้องแมนนวลตัวต่อมาก็ PENTAX K1000 ครับ ที่ชื่นชอบเพราะชื่อเสียงเรื่องความทนทาน ยิ่งรุ่นที่มีคำว่า ASAHI บนหัวกะโหลก ด้วยเค้าบอกยิ่งเชื่อใจได้ว่าทนทาน.... แต่ผมไม่ค่อยรู้จักเจ้าตัวนี้เท่าไหร่น่ะนะ เพราะผมว่ามันเก่าไปนิดนึง ก็เลยเก็บความชอบเอาไว้ในใจเท่านั้น อิอิ แต่ถ้าใครที่มีอยู่ในมือ ลองไปหาซื้อฟิล์มมาใส่แล้วเอาออกไปถ่ายรูปเล่นดูนะครับ (ถ้ามันยังใช้งานได้น่ะนะ)


 


 


 


ตัวสุดท้ายของกล้องแบบแมนนวล ที่ผมอยากได้ และตัวนี้ ผมคิดว่าจะซื้อมาใช้จริงๆ น่ะนะ MINOLTA X-700 แต่ตอนที่เห็นขายในเน็ต ผมก็ดันไม่มีตังค์ ฮ่าๆๆ ตอนมี กล้องมันก็โดนขายไปแล้ว หุหุ ที่อยากได้ใช่ว่ารู้จักหรอกนะ แต่เพราะกล้องตัวปัจจุบันเป็น MINOLTA ก็เลยอยากได้กล้องฟิล์มที่เป็น ยี่ห้อเดียวกัน (ทั้งๆ ที่อุปกรณ์มันใช้ร่วมกันไม่ได้น่ะนะ) เอาน่า อย่างน้อยมันก็เป็นกล้องในดวงใจของผมละครับ


ผมเชื่อว่าท่านที่เคยสัมผัส และเรียนรู้จากกล้องฟิล์มแมนนวล คงไม่อาจทิ้งความรู้สึกดีๆ กับกล้องแมนนวลได้ และถ้ามีโอกาสก็คงจะหาเวลารำลึกความหลังกะกล้องพวกนี้ ผมเอง ก็อยากรู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน สักวันจะหามาใช้อีกสักตัว (ถึงแม้เวลาซื้อมาแล้วจะโดนแฟนบ่นก็เถอะ อิอิ)


แล้วกล้องในดวงใจของคุณหล่ะ เป็นกล้องอะไร ........


 


 

วันพฤหัสบดีที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549

ลอยเอ้ยลอยกระทง...กะเค้าซะทีก็ดีเหมือนกัน







 


วันลอยกระทงที่ผ่านมา ผมก็ไม่ได้ไปลอยกระทงที่ไหนน่ะนะ เนื่องจากว่า คู่ลอยไม่อยู่ ฮ่าๆๆๆๆ ตอนแรกก็คาดว่าจะไม่ได้ไปไหน แต่ไปๆ มาๆ พี่ที่ ออฟฟิศ ก็ถามว่า จะไปดูขบวนแห่กระทงรึป่าว เดี๋ยวเอามอไซค์ ไปจอดบ้านพี่ หุหุ เอาไงดีหว่า..... สุดท้ายก็ตกลงไป น่ะนะ ดีก่านั่งดู โทรทัศน์ ที่ห้อง ก็เลยเป็นเรื่องเป็นราว เอามาเล่าให้ฟังกันอีกที

 

นัดกัน ไม่ระบุเวลา ฮ่าๆ ไอ้เราก็เลยไปช้า หุหุ โดนบ่นนิดหน่อย แต่ไม่เป็นไร ก็ไปแวะบ้านเพื่อนอีกคน (บ้านนี้ลูกไม่เท่าไหร่ แต่หลานนี่สิ ฮ่าๆๆ เยอะเลย) หลังจากที่จัดที่นั่งลงตัว แบบทับกันไปทับกันมา ก็ออกรถไปยังจุดเริ่มของขบวน เพื่อนมันบอกว่า ถ้าไปรอที่หน้างาน เด๋วเด็กหลับ ฮ่าๆๆๆๆ เอาน่ะไม่เป็นไร

ไปถึงก็พอดีขบวนกำลังเคลื่อนตัวน่ะนะ เยี่ยมเลย มาไม่สายเท่าไหร่ (เพราะค่ำแล้ว...แป๊กรึป่าวหว่า)
 แล้วก็ได้เวลา หาเป้าหมายน่ะนะ ฮ่าๆๆ ก็เดินดูตามขบวนต่างๆ น่ะนะ เริ่มจากที่ทำงานตัวเองก่อน ก็ ม.แม่ฟ้าหลวง หุหุ งานนี้เค้าไปบังคับ เอ้ยคัดเด็กๆ นักศึกษามานั่งขนรถขบวน แล้วก็ยังเอามาช่วยกันเดินอีกร่วมร้อยเลย แต่ไม่เป็นไร เก็บมาพอป็นพิธี  


จะว่าไปกล้องเราก็ดีเหมือนกันนา...(ปลอบใจตัวเอง) เพราะไปเห็นภาพจากกล้องดิจิม่อน (คนอื่น) แล้วคิด (เข้าข้างตัวเอง) ว่า สีภาพของเราสวยกว่า ฮ่าๆๆๆ ก็นะตอนนี้ไม่มีปัญญาไปถอย DSLR มาใช้ ก็ใช้ของเดิมไปก่อน มีช่างภาพหลายคน เอากล้อง like SLR ไปใช้ถ่ายภาพแล้วโดนพวกมืออาชีพ กล้องโตๆ เลนส์ใหญ่ๆ ดูถูกมา ฮ่าๆๆๆ  ผมไม่เคยเจอน่ะนะ (รึว่ามี แต่ผมไม่สนใจหว่า) ก็นะ ถ้าใครเจอแบบนั้น ก็ปล่อยมันไปครับ สักวัน มันต้องปวดหลังแน่ๆ ฮ่าๆๆๆๆ


   


ผม ก็ถ่ายไปเรื่อยน่ะนะ เพราะขบวนมันสั้น เอ้ย น้อย สาวๆ ก็น้อย แล้วก็มืดด้วยน่ะนะ หาเฉพาะจุดที่มีไฟส่องเยอะหน่อย ไม่งั้นภาพมันจะดูดำๆ แฟลชที่ส่องไป ก็จะทำให้ภาพมันดูแข็งๆ (น่าน พูดแบบมือโปรเลย ฮ๋าๆๆ มั่วน่ะนะ เอาเป็นว่า เลนส์มันไม่ใช่เลนส์ไวแสงน่ะ ถ่ายมาก็คงไม่สวย เลยไม่ถ่าย) เด็กรูปข้างบน นี่ก็เป็นเรื่องที่เห็นตลอดเวลามีงานแบบนี้ คุณครู หรือ คุณเม่ ก็จะชอบบอกให้ยิ้มๆ หน่อยลูก....หุหุ ยิ่งสั่งยิ้มสวยๆ นี่ เด็กงงเลย พอรูปสอง เดินกลับมาเห็นน้องเค้ายืนเฉยๆ เลยยิงมา ฮ่าๆๆๆๆ อีกรูปเห็นน้องเค้าพักๆ คงเมื่อยมือ รำมานาน ขบวนไม่ไปไหนซักที แต่เหมือนจะสนุก หุหุ เป็นผมคงไม่สนุกเท่าไหร่หรอกนะ


หลังจากที่ไม่รู้จะถ่ายอะไรแล้ว ก็เริ่มมองหา สิ่งรอบข้าง ก่อนที่จะหายไปพร้อมกับขบวน หลังๆ นี่ผมเริ่มสนใจรูปแบบนี้เพิ่มขึ้น เพราะเมื่อก่อนไม่เคยสังเกตุ น่ะนะ เพราะคิดว่าสิ่งที่ดีที่สุดคือสิ่งที่อยู่บนขบวน หรือ อยู่ในขบวน จนไม่มีอะไรให้ถ่าย (เพราะถ่ายไปก็ซ้ำเดิม) ถึงเริ่มมองเห็นภาพสวยๆ ข้างๆ ขบวนแห่ ตอนนี้ยังถ่ายได้ไม่ดี ขอซ้อมอีกหลายๆ ที น่าจะดีขึ้น (หุหุ หลายๆ ที)  ก็เก็บมาเท่าที่เห็น ดีบ้างไม่ดีบ้างน่ะนะ ก็ไม่เป็นไร ไม่ใช่มืออาชีพ หุหุ ถ่ายเอามันส์ .... จากนั้นเผลอแป๊บเดียวขบวนสุดท้ายก็ผ่านไป เร็วจริงๆ ครับ ขบวนออกจะสั้นไปนิด ในความคิดผม มีแค่ 9 ขบวนมั้ง ....แต่ผมก็ลืมเดินไปดูขบวนแรก เพราะเดินไปถึงแค่ขบวนของมหาลัยแม่ฟ้าหลวง โดยลืมไปว่ามันเป็นขบวนที่สอง แล้วมีอีกขบวนอยู่ด้านหน้าถัดไป ฮ่าๆๆๆ พลาดๆ สงสัยกระทงหลงทางฮ่าๆๆๆ พอขบวนผ่านไป ก็กลับบ้านครับ เนื่องจาก ประทัดที่เด็กๆ เอามาเล่นหมดแล้ว มันก็เริ่มวิ่งหารถกัน หุหุ เพื่อนผม ก็เลยพากลับ...(จริงๆ มันดึกแล้วน่ะนะ) ผมก็กลับสิครับ ไม่งั้นจะกลับกะใครหล่ะ


 


จากนั้นอีกสองสามวัน ที่มหาลัย ก็จัดงานลอยกระทงอีก แบบควันหลงๆ หน่อย ก็แอบไปดู (แต่มีคนเจอหลายคน) ก็ไปกะว่าเผื่อมีไรสวยๆ หุหุ การแสดงบนเวที ออกจะยืดเยื้อไปหน่อย แสงสีน้อยไปนิด มีแต่ไฟส่องสนามบาส...ขาวเชียว ใครถ่ายวีดีโอสบายเลย...แต่สีไม่สวย วันนั้นถ่ายสาวๆ ไม่สวยแฮะไม่รู้ทำไม ยมา Action ผิดหมดเลย ทั่งหลับตา มือบังหน้า ..... อ่า...แย้จัง


แล้วกรรมการบนเวที...เอ ...เค้าเรียกพิธีกรน่ะนะ บอกจะมีการปล่อยโคมพร้อมกัน ตอนสามทุ่ม ฮ้า... กำลังอยากลองถ่ายพอดี หุหุ ก็เลยไม่ยอมกลับ นั่งรอดู จนสามทุ่ม ก็เริ่มกันซะที ก็มีคนเตรียมปล่อยหลายคน แต่ อาจจะมือใหม่เยอะ (ผมก็ไม่เคย) เลยจุดไม่พร้อม ปล่อยไม่พร้อมกัน แล้วยังยืนห่างกันอีก...(อันนี้ผมคิดๆเองน่ะนะ จริงๆ ควรเป็นไงไม่รู้) รูปแรก น้องๆ เค้างง ผมกดชัตเตอร์ไปแล้ว แล้วรอให้เค้าปล่อย เพื่อจะได้วิวด้านหลังเป็นโคมที่มีคนปล่อยไปแล้ว แต่น้องเค้าไม่ยอมปล่อยซะที อิอิ จนต้องบอกว่า น้องไม่ปล่อย เหรอ... พี่ถ่ายรึยังล่ะ... ถ่ายแล้วครับ


อันที่จริงผมก็ไม่รู้หรอกนะว่าจะถ่ายภาพแบบนี้ยังไง เข้าใจว่าควรมีขาตั้งกล้องด้วยน่ะนะ เลือกมุมเหมาะๆ เปิดหน้ากล้อง กลางๆ (F number) ชัตเตอร์น่าจะต่ำหน่อย แต่คงไม่มาก เพราะจะหยุดโคมไม่ได้ เข้าใจว่าแสงจากโคมนี่น่าจะพอให้เกิดภาพได้อยู่แล้ว สำคัญที่ชัตเตอร์นี่แหละ ต้องพอดี เร็วไป ถาพจะมืดเกินไป ช้าไปอาจไม่สวย ผมใช้เลนส์นอร์มอลซูม 28-80mm เพื่อจะได้เบาๆ ถือง่ายๆ (ไม่ได้เอาขาตั้งไปด้วย) เปิดไปที่ระบบ S เลือกชัตเตอร์ที่ถือแล้วภาพไม่สั่น สัก 1/30s หน้ากล้อง ก็ F8 ปรับระบบโฟกัสเป็นแมนนวล.. เพราะ sensor ของกล้องจับภาพไม่ได้...แล้วก็รอจังหวะ อ่อ ผมปิดแฟลชนะ เพราะเปิดแฟลช แล้วมันไม่สวย แล้วถ้าโคมมันลอยไปแล้ว แฟลชก็ไปไม่ถึงอยู่ดี อิอิ


   


สองรูปนี้ กลุ่มเดียวกัน ภาพนึงใช้แฟลช อีกภาพไม่ใช้ ใครมือสั่นง่ายก็ ขาตั้งกล้องละครับช่วยคุณได้ แต่ภาพที่ผมถ่ายมา ร้าน Scan ออกมามัวๆ ประมาณว่าแสงไม่พอ รึไงนี่แหละ ผมเอามาปรับ contrast อีกที น่ะนะ ก้ได้เท่าที่เห็น (ไปดูรูปคนอื่นถ่ายมา งามซะ หุหุ) ผมอาจต้องใช้ชัตเตอร์ ต่ำกว่านี้ หุหุ แต่ตอนนั้นมันถือถ่ายไม่ได้น่ะสิ จะเพิ่มความไวแสงฟิล์มก็ไม่ได้เอาฟิล์ม ISO สูงๆ มา อิจฉาคนมีดิจิม่อน ก็ตรงนี้แหละ..อิอิ รอแก้ตัวปีหน้าละกัน หุหุ แล้วก็รอโคมลอยออกไป แบบ มั่วๆ เช่นเคย ถ่ายไปหลายรูป ดูได้ไม่กี่รูปหรอกนะแล้วเจอกันปีหน้านะคร้าบ....


 


อ่อ ทุกภาพ (เดี๋ยวมีคนถาม)  ถ่ายด้วย Minolta Dynax5 Film + kit + 75-300mm + 3600HSD แล้วแต่กรณีครับ


 


วันพุธที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2549

หวัดดีอีกทีครับ แบบว่าวันนี้ไม่สบายน่ะนะ


 แบบว่าวันนี้ไม่สบายอะนะ ก็เลยมานั่งพิมพ์ไรไร้สาระซะหน่อย
เอารูปขึ้นมาเยอะแระ แต่ยังสงสัยว่า จะเอาเมนูที่ไม่ใช้ออกยังไง
แต่ก็เอาเถอะ ใส่ไปก่อนละกัน รกๆ น่ะนะ ว่าแต่ใครรู้บ้างว่าเว็บนี้เค้าให้พื้นที่เท่าไหร่อะ

จริงๆ ก็ถ่ายรูปมานานแล้วน่ะนะ แต่ถ้านับจำนวนม้วนก็เพิ่งถ่ายไปไม่กี่ม้วนหรอก
ถึงร้อยรึยังหว่า น่าจะยังนะ ถ่ายมาราวๆ 7-8 ปี (แบบจริงๆ จังๆน่ะนะ) แต่ปีนึง ออกทริปแค่
3-4 ครั้งเองมั้ง 4 8 32 ฮุๆ น้อยจริงๆ ก็นะ กล้องฟิล์มก็ต้องลงทุนหน่อย อ่อ ถ้านับเป็นม้วน อืม ก็ราวๆ ครั้งละ 3 - 5 ม้วน โดยเฉลี่ยน่ะนะ แล้วแต่งาน เอา 5 คูณ 32 อืม...ร้อยก่า เหมือนกันแฮะ
 แต่นะ ก็ยังรู้สึกว่าตัวเอง อาศัยลูกฟลุ๊ก เกือบทุกครั้งน่ะนะ เพราะบางทีถ่ายๆ ไปก็ไม่ค่อยได้คิดหรอกว่าจะออกมาสวยแค่ไหน แบบไหน เอาแค่ชัดเป็นพอ หุหุ มาหลังๆ เริ่มสนใจขึ้นมาหน่อย

ตอนแรกก็ใช้กล้อง Yashica FX-7 + 42-75mm (สงสัยทำไมเค้าทำเลนส์ช่วงนี้น่ะนะ) แล้วก็แฟลช Achiver เขียนถูกรึป่าวหว่า (กัดฟันซื้อเพิ่ม เพราะอันเดิมโดนฝนเจ๊งไปก่อน) เป็นสมบัติของคุณพ่อน่ะนะ แอบเอามาใช้ แล้วรู้สึกว่าเท่ห์ดี จากความเท่ห์ ก็กลายเป็นความสนใจ แล้วก็กลายเป็นความชอบในที่สุดครับ



ตอนนี้ก็มีแค่ เจ้าหมีน้อย Dynax5 กะ เลนส์คิท 28-80mm กะ 75-300mm แล้วก็แฟลช หมี 3600 น่ะนะครับ(เก็บตังค์หลังทำงานแล้ว สองปีหุหุ) มีแค่นี้จริงๆ อ่อ ตอนนี้กัดฟันซื้อ CPL มาอีกอัน หุหุ อยากได้ดิจิม่อนเหมือนกัน เพราะไม่อยากเสียตังค์ซื้อและวก็ล้างฟิล์มแระ ถึงจะเอาไป Scan แล้วค่าใช้จ่ายต่ำลงก็เถอะ แต่ก็ไม่ไหวครับคุณภาพรับไม่ได้เลย (เลนส์เราน่าจะใสกว่านั้น อิอิ)
ใจนึงก็อยากจะขายน่ะนะ แต่สภาพนี่สิ อืม.... ถ้าไม่ให้ฟรีคงไม่มีคนเอา อิอิ เก็บเอาไว้ดีก่า เพราะขายไปก็ไม่ช่วยให้ได้ดิจิม่อนตามต้องการน่ะนะ (ซื้อมาร่วมสามหมื่น ขายได้หมื่นนี่ ก็โอแล้วนา หุหุ แต่ไม่ขายนะ แค่ตีราคาเอาเอง)

ตอนนี้ก็แอบอิบเงิน เดือนเอาไว้วันละบาทสองบาท เดี๋ยวก็คงครบ หุหุ ตอนนี้ขาดอยู่นิดหน่อย (สามหมื่นนิดๆ ฮ่าๆๆๆ)

โอเช แค่นี้แหละครับ ไปทำงานต่อ เดี๋ยวเจ้านายบ่นเอา


Gimp Tips: ทำภาพต้นไม้บนฉากขาวๆ ด้วย Gimp

วันนี้ผมจะมาแนะนำวิธีการทำภาพ ต้นไม้บนฉากหลังขาว ... แน่นอนว่า ถ้าไปหาใน Youtube หรือ บทความในเน็ตนี่ มีเพียบเลย .... แต่อะน อันนั้นส่วนใหญ่...